ประวัติคณะแพทยศาสตร์

ประวัติคณะแพทยศาสตร์

 

ประวัติคณะแพทยศาสตร์

ในปี พ.ศ. 2538 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดโครงการกระจายโอกาสทางการศึกษาสู่จังหวัดพะเยา เพื่อตอบสนองนโยบายของทบวงมหาวิทยาลัย ที่สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยขยายเขตการศึกษาออกสู่ภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศในอนาคต คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2539 ได้มีมติให้ใช้ชื่อว่า วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา การจัดการเรียนการสอนระยะเริ่มแรกได้ใช้ อาคารของโรงเรียนพะเยาพิทยาคมเป็นการชั่วคราว มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมกับจังหวัดพะเยาจัดหาสถาน ที่ตั้งใหม่ ณ บริเวณ ตำบลแม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ประกอบด้วยที่ดินจำนวน 5,727 ไร่ เปิดการเรียน การสอนในสถานที่ใหม่ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมาต่อมาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 ในคราวประชุมครั้งที่ 13 (4/2550) สภามหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มีมติให้เปลี่ยนชื่อ “มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศ พะเยา” เป็น “มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา” และเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ.2553 ขึ้น และประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2553 จึงถือได้ว่า มหาวิทยาลัย พะเยา ได้แยกออกจากมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ปณิธานของมหาวิทยาลัย “ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน”(Wisdom for Community Empowerment ) ภายใต้การบริหารงาน ของศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ นายกสภามหาวิทยาลัย และศาสตราจารย์พิเศษ ดร. มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา ประวัติและความเป็นมาของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรก ยุควิทยาเขตสารสนเทศมหาวิทยาลัยพะเยาสู่มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา (1 ธันวาคม 2551-16กรกฎาคม 2553) คณะแพทยศาสตร์ ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ในนาม “ส านักวิชาแพทยศาสตร์” สังกัด มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ภายใต้การบริหารของ ดร. วีระชัย ณ นคร เป็นผู้อำนวยการมหาวิทยาลัย นเรศวร พะเยา ผู้บริหารคนแรกของสำนักวิชาแพทยศาสตร์ คือ นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าสำนักวิชาแพทยศาสตร์ ได้รับโอนนิสิตหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุข ศาสตร์ ชั้นปีที่2 จำนวน 93 คน และนิสิตหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 จำนวน 150 คน จากสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ รวมมีนิสิตในสังกัด จำนวน 243 คน มีบุคลากรสายวิชาการ จำนวน 10 คน และบุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 3 คน รวมบุคลากรทั้งสิ้น จำนวน 13 คน โดยตั้งเป้าหมาย พัฒนาหลักสูตรด้านสาธารณสุขศาสตร์ให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และด้านแพทยศาสตร์ให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าคณะแพทยศาสตร์ศิริราช และได้แต่งตั้งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชเป็นสถาบันพี่เลี้ยงการผลิตแพทย์ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552 มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพกับกระทรวงสาธารณสุข 2 ในด้านกระทรวงสาธารณสุข มีนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และรองปลัดกระทรวงเป็น ผู้ลงนาม ในส่วนของมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยามีท่าน ดร.พรชัย นุชสุวรรณ ประธานคณะกรรมการ อำนวยการมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยาและรองผู้อำนวยการเป็นผู้ลงนาม

ในระยะแรกได้กำหนดปรัชญา ปณิธาน วิสัยทัศน์ดังนี้

ปรัชญา: “วิชาชีพทรงคุณค่า วิชาการทันสมัย งานวิจัยพัฒนา นำพาจริยธรรม”

ปณิธาน : สำนักแพทยศาสตร์มุ่นมั่นในการผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์และ สาธารณสุข ให้มีศักยภาพทางด้านวิชาชีพ วิชาการ งานวิจัยและมีจรรยาบรรณ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้นอย่างเหมาะสมในชุมชน สังคม และประเทศชาติ

วิสัยทัศน์ : สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา มุ่งผลิตบัณฑิตด้านการแพทย์และ สาธารณสุขที่มีคุณภาพ สร้างเครือข่ายงานวิจัย บริการวิชาการ บริหารจัดการตามหลัก ธรรมาภิบาล สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมและ ประเทศชาติ

อัตลักษณ์ : วินัย หน้าที่ สามัคคี เสียสละ สัจจะ และกตเวที

สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ได้พัฒนานิสิตให้เป็นแกนนำด้านสุขภาพ โดยการอบรมนิสิตทุกคนให้เป็น อาสาสมัครสาธารณสุขนิสิต (อสม.น.) และได้ริเริ่มจัดทำโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่องค์กรสร้างเสริม สุขภาพ (Healthy University) มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน แผนงานพัฒนาสถาบันสาธารณสุขให้เป็นองค์กรสร้างเสริมสุขภาพ (สอส.) ระยะที่ ๒ โดยใช้แนวคิดและกลวิธี การสร้างสุขภาพ 6 อ. (ออกกำลังกาย อาหารปลอดภัย อนามัยสิ่งแวดล้อม อารมณ์ดี อโรคยา และอบายมุข) ใช้ อสม.น. เป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรม/โครงการเพื่อเป็นการสร้างเสริมสุขภาพของบุคลากรนิสิต ประชาชน และภาคีเครือข่ายสุขภาพ ระยะที่สอง

ยุคอธิการ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี สมัยที่ 1 (17กรกฎาคม 2553 – 21 กันยายน 2557)

เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยพะเยา ได้แยกออกจากมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นมหาวิทยาลัยในก ากับของรัฐ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระบรมราชโองการโปรด เกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2553 ขึ้น และประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2553 ภายใต้การบริหารของศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ นายกสภา มหาวิทยาลัย และศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยาสมัยแรก ส านักวิชาแพทยศาสตร์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “คณะแพทยศาสตร์” โดยมีนายแพทย์วิชัย เทียนถาวร เป็นคณบดี คณะแพทยศาสตร์คนแรกได้ก าหนดปรัชญา ปณิธาน วิสัยทัศน์ และอัตลักษณ์ของคณะแพทยศาสตร์ ดังนี้

ปรัชญา:“True Success is not in the learning, but in its application to the benefit of mankind. ”

ปณิธาน : ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง

ลาภทรัพย์และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์ 

วิสัยทัศน์ : มุ่งผลิตบัณฑิตและงานวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล และพัฒนาองค์ความรู้สู่ชุมชน

  ให้เข้มแข็งและสังคมเป็นสุข

อัตลักษณ์ : วินัย หน้าที่ สามัคคี เสียสละ สัจจะ และกตเวที

คณะแพทยศาสตร์ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรเดิมให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับความ ต้องการของตลาดแรงงาน และสร้างหลักสูตรใหม่
เพื่อรองรับการผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุขให้ครอบคลุม ทุกสาขาวิชาชีพ และเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 คณะกรรมการแพทยสภา ในการประชุมครั้งที่ 11/2553 มีมติรับรองหลักสูตรแพทยศาสตร์ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นโรงเรียนแพทย์แห่งที่ 19 ของประเทศไทยหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนในระยะนี้ มีจำนวน 14 หลักสูตร บัณฑิตรุ่นแรกของคณะ แพทยศาสตร์ หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต จำนวน 93 คน มีงานทำ100% การประกันคุณภาพการศึกษา คณะแพทยศาสตร์ ประเมินผลการประกันคุณภาพการศึกษา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 – 2556 ผลการ ประเมินคุณภาพการศึกษาตามองค์ประกอบคุณภาพ (สกอ. และ สมศ.) อยู่ในระดับดีมาก 

ในการดำเนินงานพัฒนาด้านส่งเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และได้ ขยายผลการดำเนินงานตามโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่องค์กรสร้างเสริมสุขภาพ (Healthy University) มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ลงสู่ชุมชน โดยจัดทำโครงการพัฒนา “มหาวิทยาลัยพะเยาสร้างสุขภาพ” สู่ “เทศบาลตำบลแม่กาสร้างสุขภาพ” โดยใช้แนวคิดกลวิธีสร้างสุขภาพ 6 อ. มีจุดมุ่งหมายขยายองค์ความรู้การ สร้างเสริมสุขภาพสู่ชุมชนท้องถิ่น ด้วยการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Active learning truth action) โดยการ มอบหมายให้อาจารย์และนิสิตรับผิดชอบหมู่บ้าน (18 หมู่บ้าน) ทำการวินิจฉัยชุมชนแบบมีส่วนร่วม ได้ แผนการแก้ไขปัญหาในชุมชนและได้นำเสนอเพื่อขอพิจารณาอนุมัติดำเนินโครงการและอนุมัติงบประมาณ ดำเนินการ สภาเทศบาลตำบลแม่กาได้อนุมัติงบดำเนินการตามแผนงาน/โครงการ จำนวน 10 โครงการ รวม เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 889,490 บาท (แปดแสนแปดหมื่นเก้าพันสี่ร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2553 คณะแพทยศาสตร์ ได้จัดการประชุมวิชาการ “มหาวิทยาลัยกับการ แก้ปัญหาวิกฤตชาติ” โดยเชิญ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นพ.ประเวศ วะสี บรรยายพิเศษเรื่อง “มหาวิทยาลัยกับการแก้ปัญหาวิกฤตชาติ” โดยใช้แนวทางการดำเนินงาน 1 มหาวิทยาลัย 1 จังหวัด มีการลง บันทึกความร่วมมือในการปฏิบัติงาน (MOU) ระหว่างผู้บริหารมหาวิทยาลัยพะเยา กับผู้นำท้องถิ่นในแต่ละ อำเภอ ทั้ง 9 อำเภอ และที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะวิชาได้รับผิดชอบพื้นที่ในระดับอำเภอ เพื่อเป็นพื้นที่ใน การพัฒนางานด้านต่างๆ อย่างบูรณาการ การดำเนินงานพัฒนาในระดับพื้นที่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม จนผู้บริหารมหาวิทยาลัย นำเป็นแนวทางการดำเนินงาน 1 คณะ 1 โมเดล คณะแพทยศาสตร์ ได้ริเริ่ม “โครงการพัฒนาหมู่บ้านสุขภาพดีเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จ พระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” จังหวัดพะเยา ปี 2556-2558 ในระยะเริ่มต้นในปี 2556 ดำเนินงานในพื้นที่ 9 อำเภอ ๆ ละ 1 ตำบล รวม 9 ตำบล ได้แก่

1) ตำบลจุนอำเภอจุน

2) ตำบลเชียงม่วน อำเภอเชียงม่วน

3) ตำบลแม่อิง อำเภอภูกามยาว

4) ตำบลป่าซาง อำเภอดอกคำใต้

5)ตำบลศรีถ้อยอำเภอแม่ ใจ

6) ตำบลแม่ใส อำเภอเมือง

7) ตำบลน้ำแวนอำเภอเชียงคำ

8) ตำบลขุนควรอำเภอปง

9) ตำบลทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง

ในปี 2557 มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เข้าร่วมเพิ่มจำนวน 12 แห่ง รวมเป็น 21 แห่ง คณะกรรมการภายในระดับคณะประเมินผล ทั้ง 21 รพ.สต. โดยใช้เกณฑ์ 3 เกณฑ์ คือ

1. ผ่านเกณฑ์ Healthy Thailand 4 มิติ 17 เปูาหมาย 23 ตัวชี้วัด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

2. ผ่านเกณฑ์คุณภาพชีวิต 3P (People Place Partnership)ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

3. ดำเนินการคัดกรองโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ในกลุ่มอายุ15 – 60 ปี โดยใช้ เครื่องมือ “ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี” ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ผลการประเมิน มี รพ.สต. จำนวน 17 แห่ง ผ่านเกณฑ์ โครงการพัฒนาหมู่บ้านสุขภาพดีเฉลิมพระ เกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้รับมอบโล่เกียรติคุณ จาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ นายกสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่24 กันยายน 2557 

ระยะที่สาม ยุคอธิการ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี สมัยที่2 (22 กันยายน 2557– ปัจจุบัน) เป็นการดำเนินงานภายใต้การบริหารงานของศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยาสมัยที่สอง โดยมี ดร.นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร เป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์ โดยยังคงปรัชญา ปณิธาน วิสัยทัศน์ และอัตลักษณ์ ไว้เช่นเดิม คณะแพทยศาสตร์ได้จัดการเรียนการสอน โดยมีหลักสูตรใหม่ เพิ่มขึ้น 1 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร การแพทย์แผนไทยประยุกต์ และได้ปิดการเรียนการสอน 1 หลักสูตร คือ หลักสูตรสาธารณสุข ศาสตรบัณฑิต (ต่อเนื่อง) รวมจำนวนหลักสูตรทั้งหมด ที่จัดการเรียนการสอนจำนวน 14 หลักสูตร  ประกอบด้วย หลักสูตรประดับปริญญาตรี จำนวน 6 หลักสูตร หลักสูตรระดับปริญญา โท จำนวน 1 หลักสูตร และหลักสูตรระดับปริญญาตรีคขู่นาน จำนวน 7 หลักสูตร รายละเอียด ดังน้ี

1. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ (หลักสูตรปรับปรุง) – กลุ่มวิชาอนามัยชุมชน และกลุ่มวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม

2. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (หลักสูตรปรับปรุง)

3. หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม)่

4. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเวชกิจฉุกเฉิน (หลักสูตรใหม)่

5. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการส่งเสริมสุขภาพ (หลักสูตรใหม)่

6. หลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์ (หลักสูตรใหม)่

7. หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง)

และได้จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรคู่ขนาน จำนวน 7 คู่

1.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ แขนงวิชาอนามัยชุมชน คู่กับ หลักสูตร นิติศาสตรบัณฑิต

2. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ แขนงวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คู่กับ หลักสูตร นิตศิาสตรบัณฑิต

3. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ แขนงวิชาอนามัยชุมชน คู่กับ หลักสูตร เศรษฐศาสตรบัณฑิต

4. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ แขนงวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คู่กับ หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต

5. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คู่กับ หลักสูตร เศรษฐศาสตรบัณฑิต

6. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการส่งเสริมสุขภาพ คู่กับ หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต

7. หลักสูตรการแพทย์แผนจีนบัณฑิต คู่กับ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต(ภาษาจีน) 

คณะแพทยศาสตร์ ดำเนินการสร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องทั้งภายในมหาวิทยาลัยและภายนอก มหาวิทยาลัย จัดทำโครงการ ม.พะเยารวมพลังสร้างสุขภาพ เทิดไท้องค์ราชันย์ 5 ธันวามหาราช ครั้งที่ 3 เฉลิมพระเกียรติ 87 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เมื่อวันที่3 ธันวาคม 2557ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 9,999 คน จากความสำเร็จการดำเนินโครงการพัฒนาหมู่บ้านสุขภาพดีเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จ พระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ของจังหวัดพะเยา ได้ขยายพื้นที่การดำเนินโครงการไปยังจังหวัด สิงห์บุรี เมื่อเดือนมกราคม 2558 ดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 6 อำเภอๆ ละ 1 ตำบล รวม 6 ตำบล ได้แก่

1) ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมืองสิงห์บุรี

2) ตำบลทองเอน อำเภออินทร์บุรี

3) ตำบลไม้ดัด อำเภอบางระจัน

4) ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี

5) ตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน

6) ตำบลวิหารขาว อำเภอท่าช้าง

โดย ได้ส่งนิสิตมาฝึกประสบการวิชาชีพในรูปแบบของทีมหมอครอบครัว (Family Health Team) ทีมละ 6-7 คน ประกอบด้วยนิสิตแพทย์ นิสิตสาขาอนามัยชุมชน สาขาอนามัยสิ่งแวดล้อมสาขาอาชีวอนามัยและความ ปลอดภัย และสาขาการส่งเสริมสุขภาพ และได้ประเมินผลการดำเนินงาน
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2558 คณะกรรมการประเมินผลประกอบด้วย ตัวแทนสำนักโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี
ว่าที่ร้อยตรีกิตติ ขันธมิตร กรมวังผู้ใหญ่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ดร.นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ผลการดำเนินงานผ่านเกณฑ์การประเมินเป็นหมู่บ้านสุขภาพดี ทั้ง 6 ตำบล และได้รับมอบโล่เกียรติคุณ จากศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ
นายกสภา มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่21สิงหาคม 2558

Comments are closed.